Google+

แพทย์เตือนวัยรุ่นไทยชอบ"สักลาย"เสี่ยงติดโรค"ไวรัสตับอักเสบ-เอดส์"

โดย: benz [IP: 27.145.175.xxx]
เมื่อ: 2016-04-24 10:27:05


แพทย์เตือนวัยรุ่นไทยชอบ"สักลาย"เสี่ยงติดโรค"ไวรัสตับอักเสบ-เอดส์"



จิตแพทย์ชี้คนสักลายไม่ถือเป็นผู้ผิดปกติทางจิตแต่อย่างใด แต่ทำให้จิตใจหยาบกรานได้ แนะผู้พิสมัยลายสักควรไม่ควรละเลยความสะอาดและต้องระวังสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ชั้นเนื้ออาจเกิดอันตรายได้ ขณะเดียวกันก็ไม่ควรสักลายให้กับเด็กโดยเด็ดขาด



นพ.ทีวิศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกรมสุขภาพจิต บอกว่า ในทางการแพทย์แล้วผู้ที่สักลายส่วนใหญ่จะไม่ถือว่าเป็นผู้ผิดปกติทางจิตเพราะเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องความเชื่อส่วนบุคคล บางคนก็ชอบศิลปะแต่ไม่อยากซื้อภาพเขียนกลับนำภาพที่ชอบมาสักลงบนร่างกายของตัวเอง และที่สำคัญในช่วงเวลานี้ถือว่าเป็นแฟชั่นเพราะมีดาราชื่อดังทั้งไทยและต่างประเทศนิยมสักลาย ดังนั้นกลุ่มเยาวชนหนุ่มสาวซึ่งถือเป็นกลุ่มที่ชอบทำตามแฟชั่นจึงถือเอามาเป็นแบบอย่าง



"การสักเป็นเรื่องของความต้องการให้เป็นที่ยอมรับในกลุ่มเพื่อนฝูง แต่เมื่อสักไปแล้วเกิดความรู้สึกว่าผิดพลาด ก็จะทำให้คนคนนั้นเกิดความวิตกกังวลและซึมเศร้าตามมาเป็นลำดับ ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่และผู้ที่มีบทบาทในสังคมต้องกระตุ้นเตือนเด็กวัยรุ่นถึงพฤติกรรมการสักว่ามีผลเสียระยะยาวอย่างไรบ้าง เพราะการสักเป็นการกระทำให้เกิดความเจ็บปวดต่อร่างกาย และจิตใจหยาบกร้านมากขึ้น ถ้าหากเด็กหันไปสักกันมากขึ้นมากขึ้น สังคมประเทศจะเป็นอย่างไร"



อย่างไรก็ตามการสักลายนั้นก็มีข้อควรระวังก็คือการนำเอาสิ่งแปลกปลอมคือผงหมึกเข้าไปในร่างกายอาจจะทำให้เกิดภาวะภูมิแพ้ได้ซึ่งหากใครที่แพ้ผงหมึกก็ควรจะมีความระมัดระวังให้มากกว่าคนปกติ นอกจากนี้ยังเสี่ยงต่อโรคติดต่อเพราะการสักนั้นจะใช้เข็มทิ่มเข้าไปในร่างกายทำให้มีเลือดออกซึ่งหากไม่ระมัดระวังก็อาจจะกลายเป็นพาหะนำโรคร้ายได้เช่น เช่น ไวรัสตับอักเสบ เอชไอวีหรือเอดส์ ตลอดจนเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา เป็นต้น บางคนอาจจะแพ้สีที่ใช้สัก ทำให้เกิดปฏิกิริยาผิวหนังปูดนูนและอักเสบขึ้นมาได้



อย่างไรก็ตาม ก่อนสักควรจะตัดสินใจให้ละเอียดรอบคอบ เพราะการลบรอยสักไม่ใช่เรื่องง่าย นอกจากจะทำให้เจ็บปวดแล้วยังใช้เวลานานเป็นปีกว่ารอยสักจะหมดไป และยังจะส่งผลกระทบต่อการสมัครงานด้วย



"การสักลายต้องทำให้เฉพาะผู้ใหญ่ที่บรรลุนิติภาวะแล้วเท่านั้นเพราะคนกลุ่มนี้สามารถคิดได้อย่างรอบด้านแต่ไม่ควรทำกับเด็กเพราะเด็กนั้นผิวหนังยังอ่อนและยังคิดไม่รอบคอบหากสักไปแล้วในอนาคตอยากจะลบออกก็ต้องเสียเงินเสียทองไม่ใช่น้อยๆและการที่ผิวหนังที่ถูกสักลายแล้วไปลบก็ไม่มีโอกาสที่จะกลับมาเหมือนเดิมได้ 100%"นพ.ทวีศิลป์กล่าวในที่สุด


ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 85,401