Google+

ปวดประจำเดือนผิดปกติอาจเป็นช็อกโกแลตซีส

โดย: May [IP: 124.122.255.xxx]
เมื่อ: 2017-01-31 12:00:04


ช็อกโกแลต เป็นชื่อขนมหวานที่เป็นที่โปรดปรานของผู้คนทุกเพศทุกวัย ซีส (cyst) แปลว่า ถุงน้ำ ช็อกโกแลตซีส หมายถึง ถุงน้ำที่มีของเหลวภายในลักษณะเหมือนช็อกโกแลต คำ ๒ คำนี้ มีความหมายแตกต่าง และเป็นคนละเรื่องโดยสิ้นเชิง ไม่น่าที่จะมาเชื่อมโยงเป็นเรื่องเดียวกันได้เลย และนับวันผู้หญิงหลายคนก็เริ่มที่จะคุ้นหูกับคำว่า "ช็อกโกแลตซีส" หรือโรคที่ทางการแพทย์เรียกว่า "เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่" (endometriosis) กันมากขึ้น เพราะเดี๋ยวนี้หันไปทางไหน ก็ต้องเจอใครสักคนในบรรดาเพื่อนพ้องสาวโสดเป็นโรคฮิตโรคนี้กันเยอะเหลือเกิน



ช็อกโกแลตซีสเกิดขึ้นได้อย่างไร อันตรายมากไหม ทำไมจึงพบมากในผู้หญิงที่ยังไม่แต่งงาน แล้วจะรักษาอย่างไร ต้องผ่าตัดรังไข่ทิ้งหรือไม่ จะต้องกินยาฮอร์โมนไปตลอดชีวิตหรือเปล่า ฯลฯ พบกับคำตอบที่คุณอยากรู้เหล่านี้ได้จากผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์สมชาย สุวจนกรณ์ สูติแพทย์จากภาควิชาสูติศาสตร์ นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย





ที่มาของชื่อถุงน้ำช็อกโกแลต

ช็อกโกแลตซีส ก็คือ ถุงน้ำของรังไข่แบบหนึ่งซึ่งลักษณะของถุงน้ำชนิดนี้ ภายในจะมีของเหลวที่คล้ายกับช็อกโกแลตเหลว ซึ่งความจริงก็คือถุงเลือด คือ จะมีเลือดออกในถุงนั้น เมื่อเลือดหยุดไหล น้ำก็ถูกดูดซึมกลับ ทำให้เลือดในถุงเข้มข้นขึ้น แล้วเมื่อเลือดค้างอยู่ในถุงน้ำนานๆ ก็กลายเป็นสีน้ำตาล มีลักษณะเหมือนช็อกโกแลต จึงเรียกเป็นถุงน้ำช็อกโกแลต สำหรับสาเหตุของการเกิดถุงน้ำช็อกโกแลต ในทางการแพทย์เชื่อว่า เกิดจากเลือดระดู หรือเลือดประจำเดือนไหลย้อนกลับ คือ แทนที่เลือดนั้นจะออกมาทางช่องคลอดของผู้หญิงตามปกติ อาจจะมีเลือดระดูส่วนหนึ่งมีการไหลย้อนกลับเข้าไปผ่านทางหลอดมดลูก แล้วก็เข้าไปในช่องท้อง ไปฝังตัวที่รังไข่ จนทำให้เกิดเป็นถุงน้ำขึ้น และเนื่องจากลักษณะเซลล์ของถุงน้ำเป็นเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกอันหนึ่ง เมื่อผู้หญิงมีประจำเดือน (คือการที่เยื่อบุโพรงมดลูกลอกตัวออกมา)ถุงน้ำดังกล่าวก็จะมีเลือดออกในถุงด้วย ดังนั้นในแต่ละเดือนที่ผ่านไปถุงน้ำก็จะมีเลือดออกเพิ่มขึ้นๆ นั่นหมายถึงถุงน้ำก็จะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และการที่ถุงน้ำนี้จะใหญ่เร็วมากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของคนคนนั้น ว่าจะดูดน้ำกลับได้เร็วเท่าไหร่ ถ้าร่างกายดูดน้ำกลับได้เร็ว ถุงน้ำนั้นก็จะโตขึ้นแบบช้าๆ





ทำไมหญิงยุคใหม่เป็นโรคนี้กันมากขึ้น

คุณหมอสมชายให้คำอธิบายเกี่ยวกับข้อสงสัยนี้ว่า "ถ้าดูในเรื่องงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเยื่อบุโพรงมดลูกเติบโตผิดที่ พบว่า ถ้านำผู้หญิง ๑๐๐ คนมาทำการส่องกล้องเข้าไปดูในขณะที่มีประจำเดือน ผู้หญิงเกือบทั้ง ๑๐๐ คน จะมีภาวะเลือดระดูไหลย้อนกลับเข้าไปในช่องท้องทุกคน"



แล้วทำไมบางคนเกิดอาการเป็นถุงน้ำฯ ซึ่งทำให้เกิดความเจ็บปวดมากมายแต่บางคนไม่เป็น



คำตอบคือ "คนไข้กลุ่มที่เป็นถุงน้ำฯ มักจะมีปัญหาในเรื่องของภูมิคุ้มกันบางอย่างบกพร่อง ซึ่งไม่สามารถจะทำลายเยื่อบุโพรงมดลูกที่เติบโตผิดที่นี้ได้ ในขณะที่ผู้หญิงปกติทั่วไป จะมีภูมิคุ้มกันซึ่งสามารถทำลายเยื่อบุโพรงมดลูกที่เจริญเติบโตผิดที่ได้"



ส่วนที่ดูเหมือนกับว่าผู้หญิง ในปัจจุบันเป็นโรคนี้กันมากก็เพราะความเจริญก้าวหน้าในด้านเทคโนโลยีที่คุณหมอบอกว่า "จริงๆ แล้วก็ไม่มีความแตกต่างกันมากกับอดีตที่ผ่านมา เพียงแต่ความเข้าใจของแพทย์เองต่อโรคนี้จะมีมากขึ้น ซึ่งจะทำให้สามารถตรวจวินิจฉัยโรคได้เร็วขึ้น ก็เลยดูเหมือนกับว่ามีคนเป็นโรคนี้กันเยอะ รวมทั้งข่าวสารที่มีการแพร่หลายในวงกว้าง จึงทำให้มีการฉุกใจขึ้นมาว่า เอ๊ะ! เราเป็นโรคนี้หรือเปล่า แล้วก็ไปตรวจ ซึ่งบางคนก็พบว่าเป็นโรคนี้จริง ตรงนั้นก็เป็นสิ่งที่ทำให้คนรู้สึกว่าโรคดังกล่าวเป็นกันมาก"





อาการที่น่าสงสัยว่าจะเป็นถุงน้ำช็อกโกแลต

เกี่ยวกับเรื่องเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่ (หรือถุงน้ำช็อกโกแลต) สิ่งหนึ่งที่ผู้หญิงทุกคนควรทราบ ก็คือ เมื่อมีประจำเดือนเยื่อบุโพรงมดลูกนี้ก็จะมีเลือดออกด้วย แล้วการที่มีเลือดออกในช่องท้องก็จะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุช่องท้อง ซึ่งการระคายเคืองต่อเยื่อบุช่องท้องนี้เองเป็นตัวที่ทำให้เกิดความเจ็บปวด เพราะ ฉะนั้นจะสังเกตได้ว่าผู้หญิงที่เป็นเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่จะมีอาการปวดท้องมากเวลาที่มีประจำเดือน แล้วจะทราบได้อย่างไรว่าอาการปวดท้องเวลามีประจำเดือนนั้น เป็นอาการปวดปกติธรรมดา (ที่ผู้หญิงส่วนใหญ่เป็น) หรือเป็นอาการปวดท้องที่เกิดจากภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่ เรื่องนี้คุณหมอสมชายให้รายละเอียดว่า "การที่จะแยกว่าอาการปวดท้องเมื่อมีประจำเดือน จะเป็นอาการที่บ่งบอกว่า เป็นเรื่องของถุงน้ำช็อกโกแลตหรือไม่นั้น สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือเรื่องอายุนั่น คือ ถ้าอายุยังไม่มาก แล้วปวดท้องเวลามีประจำเดือน ส่วนใหญ่จะเป็นอาการปวดท้องธรรมดา



"แต่กรณีที่ไม่เคยปวดประจำเดือนมาก่อน พออายุ ๓๐ ปี ขึ้นไป อยู่ๆ ก็มีอาการปวดประจำเดือนขึ้นมา แล้วปวดมากขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละเดือนที่ผ่านไป อาการดังกล่าวค่อนข้างบ่งชี้ว่าน่าจะเป็นเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่"





ถุงน้ำช็อกโกแลตเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่

ผู้หญิงหลายคนที่เป็นโรคถุงน้ำช็อกโกแลต ได้รับการรักษาโดยการผ่าตัดเอาถุงน้ำออก และหลายๆ กรณีแพทย์บางคนผ่าตัดเอามดลูกและรังไข่ออกไปด้วยในคราวเดียวกัน ด้วยเหตุผลว่า ไหนๆ ก็เจ็บตัวแล้ว เอาส่วนที่เกรงว่าจะเกิดโรคคือมดลูกและรังไข่ (ที่เป็นมะเร็งกันเยอะ) ออกไปด้วยเสียเลย แล้วหลังจากนั้นผู้หญิงที่ถูกตัดมดลูกและรังไข่ก็ต้องกินยาฮอร์โมนไปตลอดชีวิต ด้วยประสบการณ์นี้ที่เล่าสู่กันฟังปากต่อปาก ทำให้ผู้หญิงเป็นจำนวนไม่น้อยที่มีอาการปวดท้องแล้วไปพบแพทย์ เมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นถุงน้ำช็อกโกแลต (แต่อาจจะไม่ได้อธิบายลักษณะอาการของโรคให้เข้าใจอย่างละเอียด) ก็เข้าใจเพียงแง่เดียวว่า โรคนี้จะต้องรักษาโดยการผ่าตัดเท่านั้น ดังนั้นหลายคนที่กลัวการผ่าตัดก็ จะไม่ยอมไปพบแพทย์อีก แล้วก็ยอมทนทุกข์ทรมานกับอาการปวดท้องดังกล่าวเป็นประจำทุกเดือน บางคนก็แสวงหาวิธีการรักษาต่างๆ นานา เช่น กินยาสมุนไพร (ทั้งไทยและจีน) เพื่อให้ถุงน้ำยุบ งดอาหารบางอย่างที่คิดว่าจะเป็นของแสลงฯ หรือหลายคนแม้จะกลัวไม่กล้าจะไปพบแพทย์อีก แต่ลึกๆ ก็กังวลว่า ถุงน้ำดังกล่าวจะกลายเป็นเนื้อร้ายในอนาคตได้หรือไม่



ในประเด็นนี้ คุณหมอสมชาย อธิบายให้ฟังถึงข้อเท็จจริงว่า "อาการของภาวะเยื่อบุโพรงมดลูก เจริญเติบโตผิดที่มีหลายระยะ บางกรณีแม้จะเห็นร่องรอยของเยื่อบุโพรงมดลูกฯ ในช่องท้อง แต่บางครั้งเป็นกลุ่มที่ไม่มีอาการอะไร ซึ่งผู้หญิงส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มนี้



"ขณะเดียวกันก็ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของเยื่อบุโพรงมดลูกที่เจริญเติบโตด้วยว่าอยู่ที่ไหน อุ้งเชิงกรานหรือว่ารังไข่ ซึ่งจริงๆ แล้ว ภาวะถุงน้ำช็อกโกแลตไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายกับผู้หญิงที่เป็นมากนัก เพียงแต่ก่อให้เกิดความรำคาญมากกว่า เพราะเมื่อปวดประจำเดือน ก็อาจจะทำให้ผู้หญิงคนนั้นไม่สามารถทำงานได้ตามปกติเท่าที่เขาควรจะทำได้"





ทำไมถุงน้ำช็อกโกแลตจึงพบมากในผู้หญิงโสด

คำตอบของข้อสงสัยนี้ ก็คือ ถุงน้ำช็อกโกแลตหรือเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่ต้องอาศัยฮอร์โมนของรังไข่ในการเจริญเติบโต พูดง่ายๆ คือ โรคนี้เป็นโรคที่คู่กับการมีประจำเดือน ดังที่บอกไปแล้วนะครับว่าเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่ สาเหตุเกิดจากมีประจำเดือนส่วนหนึ่งไหลย้อนกลับไปผ่านทางหลอดมดลูก แล้วก็เข้าไปในช่องท้อง ไปฝังตัวในอุ้งเชิงกรานหรือรังไข่ แล้วรายงานการวิจัยก็ พบว่า ผู้หญิงเมื่อมีประจำเดือน ไม่ว่าจะอายุน้อยหรืออายุมาก ถ้าหากไปตรวจช่องท้อง ก็จะพบว่ามีเลือดประจำเดือนส่วนหนึ่งอยู่ในช่องท้องทุกคน แต่คนที่เกิดอาการ ก็เพราะมีภูมิคุ้มกันบางอย่างบกพร่อง จึงไม่สามารถจะทำลายเยื่อบุโพรงมดลูกที่เจริญเติบโตผิดที่ได้ เพราะฉะนั้นวิธีการรักษาโรคนี้อย่างหนึ่ง ก็คือ ทำให้ผู้หญิงคนนั้นไม่มีประจำเดือน เมื่อไม่มีประจำเดือนถุงน้ำดังกล่าวก็จะฝ่อตัวไปด้วย



"การตั้งครรภ์เป็นช่วงระยะเวลาที่ผู้หญิงไม่มีประจำเดือนอย่างต่ำก็เป็นปี นับตั้งแต่ตั้งท้อง ๙ เดือน และหลังคลอดที่ผู้หญิงส่วนใหญ่จะไม่มีประจำเดือนไปอีก ๑-๓ เดือน หรือบางคนอาจจะถึง ๖ เดือน โดยเฉพาะแม่ที่ให้ลูกกินนมแม่ ๑ ปีที่ผู้หญิงไม่มีประจำเดือนเลยนั้นเท่ากับโรคที่เป็นอยู่ได้รับการรักษาไป ๑ ปี ในขณะที่ผู้หญิงโสดที่ไม่มีลูกก็จะมีประจำเดือนมาเป็นประจำทุกเดือน เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะเป็นโรคนี้ในแต่ละเดือน ก็เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ และเมื่อเทียบกันระหว่างคนโสดกับคนที่เคยตั้งครรภ์มาก่อน พบว่า ผู้หญิงที่เคยตั้งครรภ์แล้วเป็นโรคนี้น้อยกว่าและถึงแม้จะมีโรค ก็เป็นกลุ่มที่ไม่แสดงอาการเป็นส่วนใหญ่"





โรคนี้มีวิธีการรักษาอย่างไรบ้าง

ดังที่ทราบกันแล้วว่าโรคนี้ไม่ได้ถือว่าเป็นโรคที่รุนแรงหรือมีอันตรายอะไร เพียงแต่จะทำให้มีอาการปวดประจำเดือน ดังนั้นหากปวดไม่มาก ส่วนใหญ่ก็จะใช้วิธีรักษาตามอาการ คือ กินยาแก้ปวด หรือหากปวดมากแพทย์ก็จะมียาเฉพาะให้ และโดยปกติถ้าคนไข้มีอาการไม่มาก แพทย์จะไม่ใช้วิธีการผ่าตัดในการรักษาโรคนี้กับคนไข้



"การผ่าตัดจะทำในกรณีที่จำเป็นเฉพาะบุคคลเท่านั้นครับ เช่น ถุงน้ำนั้นใหญ่มากจนทำให้เกิดอาการปวดรุนแรง หรือถุงน้ำไปกดอวัยวะข้างเคียง เช่น ไปกดกระเพาะปัสสาวะ แล้วทำให้ปัสสาวะบ่อยขึ้น หรือกรณีที่ถุงน้ำ แตกซึ่งจะทำให้เกิดอาการปวดท้องแบบเฉียบพลัน หรือกรณีของผู้หญิงที่มีลูกยาก จำเป็นต้องผ่าตัดเอาถุงน้ำออก เพราะการที่มีถุงน้ำอยู่จะรบกวนการตั้งครรภ์พอสมควร เพราะมันอาจจะทำให้เกิดพังผืดไปรัดทำให้หลอดมดลูกตีบหรือตันได้



"ในบางกรณีแพทย์อาจจะต้องตัดสินใจผ่าตัดเอาอวัยวะสำคัญของผู้หญิงออกไปทั้งหมดเหมือนกันนะครับ เช่น ในกรณีที่มีพังผืดมากในช่องท้องที่อาจจะดึงเอาลำไส้ไปติดกับตัวมดลูก ซึ่งหากจะต้องผ่าตัดคนไข้คนนี้หลายครั้ง ก็อาจจะเป็นอันตรายต่อลำไส้ คือ ทำให้ลำไส้ทะลุ กรณีเช่นนี้แพทย์อาจตัดสินใจที่จะต้องตัดทั้งมดลูกและรังไข่ออกไปด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง ซึ่งคนไข้ก็จะต้องได้ฮอร์โมนทดแทน เพื่อจะให้กลับมาเป็นผู้หญิงอย่างปกติ"



พูดถึงการผ่าตัดที่ดูน่ากลัว และหลายๆ คนคิดว่าคงจะเจ็บปวดเอาการนั้น เรื่องนี้คุณหมอสมชายเล่าให้ฟังว่า "การผ่าตัดมีหลายวิธี และวิธีการที่ดีที่สุด คือ การใช้กล้องเข้าไปผ่าตัด วิธีนี้มีข้อดีคือ คนไข้เจ็บตัวน้อยเมื่อเทียบกับการผ่าตัดในแบบที่จะต้องเปิดแผลใหญ่ๆ เพราะการใช้วิธีส่องกล้องผ่าตัด คนไข้จะมีแผลเพียงแค่รูเล็กๆ ขนาดรูตะเกียบ ๒ รูเท่านั้น และเมื่อผ่าตัดเสร็จก็ไม่จำเป็นต้องนอนพักโรงพยาบาลหลายๆ วัน เหมือนกับการผ่าตัดธรรมดา สิ่งหนึ่งที่ผมอยากฝากบอกผู้หญิงที่ยังโสด หรือว่าผู้หญิงที่แต่งงานแล้วแต่ยังไม่มีลูก ก็คือ ถ้าเป็นแล้วให้รีบรักษาเสียแต่เนิ่นๆ นะครับ เพราะหากปล่อยทิ้งไว้นานๆ โอกาสที่จะมีลูกก็จะยากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหาที่พบบ่อยในกรณีของการรักษาผู้ที่มีลูกยาก



"ในกรณีของผู้หญิงที่เป็นโรคถุงน้ำช็อกโกแลตหรือเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่ตอนอายุใกล้ๆ ๔๕-๔๖ ปี ส่วนใหญ่แพทย์จะรักษาแบบประคับประคองโดยให้กินยา เพราะโรคนี้เมื่อผู้หญิง เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนมันจะหายไปได้เอง แต่ตราบใดที่ผู้หญิงยังมีประจำเดือนอยู่ ถึงแม้บางคนจะเคย ได้รับการผ่าตัดเอาถุงน้ำฯ ออกไปแล้ว แต่โอกาสที่จะเกิดเป็นซ้ำก็มีนะครับ"



ความไม่รู้มักจะทำให้คนเราวิตกกังวลไปได้มากมาย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บประจำตัว ดังเช่นเรื่องของโรคถุงน้ำช็อกโกแลตหรือเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตผิดที่ ที่ยิ่งนับวันก็จะพบผู้มีอาการของโรคเพิ่มขึ้น แต่การได้รู้ที่มาที่ไป หรือสาเหตุของโรค ตลอดจนวิธีการรักษา ก็จะช่วยทำให้สบายใจขึ้นได้ส่วนหนึ่ง และถ้าหากใครได้อ่านบทความเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นจนจบ ก็จะคลายความวิตกกังวลไปได้ว่าโรคนี้ไม่ได้เป็นอันตรายอย่างที่กลัวๆ กันเลย



ข้อมูล

นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่: 251

เดือน/ปี: มีนาคม 2543

คอลัมน์: เรื่องเด่นจากปก

นักเขียนหมอชาวบ้าน: ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์, นพ.บัณฑิต ศรไพศาล, สุมาลี ทองแก้ว

ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 84,383