Google+

การรักษามะเร็งด้วยวิธีการคีโมหรือเคมีบำบัด ทางเลือกหรือทางรอดของผู้ป่วยมะเร็ง

โดย: ADMIN [IP: 184.22.97.xxx]
เมื่อ: 2019-09-27 14:45:31
การรักษามะเร็งด้วยวิธีการคีโมหรือเคมีบำบัด

ทางเลือกหรือทางรอดของผู้ป่วยมะเร็ง

...

หลังจากที่เป็นที่ยอมรับกันมานานแล้วว่า

การให้ยาเคมีบำบัดเป็นวิธีรักษาโรคมะเร็ง 1 ใน 3

ที่เป็นแนวทางการรักษาหลัก

ที่จะช่วยเยียวยาผู้ป่วยมะเร็ง

ให้มีชีวิตยืนยาวต่อไปได้



....

แม้คนส่วนใหญ่ยังมองการรักษาวิธีนี้ในแง่ลบ

เพราะการทำเคมีบำบัดหรือการทำคีโม คือ การให้สารเคมีที่มีความเป็นพิษกับเซลล์มะเร็งที่กำลังเติบโต

อย่างรวดเร็ว แต่ขณะเดียวกันมันก็จะทำลายเซลล์ที่ดีในร่างกายไปด้วย นั่นส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันถูกทำลายลง ผู้ป่วยที่ได้รับยาคีโมจึงอาจตกอยู่ในอันตรายจากการติดเชื้อหลายชนิดและทำให้โรคมีความซับซ้อนยิ่งขึ้นได้



คีโม...รักษามะเร็ง



นพ.จักรพงษ์ จักกาบาตร์ แพทย์รังสีรักษาและมะเร็งวิทยาจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้อธิบายถึง

เรื่องนี้ว่า การให้ยาเคมีบำบัดในผู้ป่วยแต่ละรายมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันไป บางรายเพื่อหวังให้หายขาดจากโรค บ้างก็เพื่อบรรเทาความทุกข์ทรมาน เพื่อประคับประคองอาการ หรือเพื่อยืดอายุผู้ป่วย และยังใช้ควบคู่กับการรักษาวิธีอื่นๆ เช่น การฉายรังสี และการผ่าตัดเพื่อให้ได้ผลดียิ่งขึ้น



โดยยาเคมีบำบัดที่ใช้ในปัจจุบันมีด้วยกัน 3 กลุ่ม คือ

1. เคมีบำบัดชนิดรับประทาน

2. เคมีบำบัดชนิดฉีดเข้าหลอดเลือดดำ

3. เคมีบำบัดชนิดฉีดเข้ากล้ามเนื้อ



ชนิดที่ได้รับความนิยมและมีการใช้มากที่สุด คือชนิดฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำ เนื่องจากช่วยให้ยาดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด และกระจายไปทั่วร่างกายได้รวดเร็ว ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งที่ไปตามกระแสเลือดเช่นกัน โดยยาเคมีบำบัดจะเข้าไปจัดการกับเซลล์มะเร็งในกระแสเลือด หรือที่เรียกว่า ยาฆ่าเซลล์มะเร็ง นั่นเอง



....



“ในเรื่องผลข้างเคียงของยาเคมีบำบัด จะแตกต่างจากการฉายรังสี คือ การฉายรังสีเป็นการรักษาด้วยการฉายเฉพาะจุด ผลข้างเคียงก็จะมีเฉพาะกับจุดๆ นั้น

แต่ยาเคมีบำบัด มันจะมีผลทั่วร่างกาย โดยคุณสมบัติเด่นของยาเคมีบำบัดก็คือไปฆ่าเซลล์ที่แบ่งตัวเร็ว (เซลล์มะเร็ง) แต่ในขณะเคียวกันยังมีเซลล์ปกติอื่นๆ ในร่างกายที่กำลังเจริญเติบโตในไขกระดูกถูกทำลายไปด้วย เช่น เส้นผมที่มีการแบ่งตัวของเซลล์ผมทุกวัน ดังนั้น ยาเคมีบำบัดอาจทำให้มีผมร่วงได้ นอกจากนี้เซลล์เยื่อบุกระพุ้งแก้ม เซลล์เยื่อบุหลอดอาหาร ก็มีการแบ่งตัวเร็ว เช่นกัน เพราะมีการหลุดลอกผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนทุกวัน ดังนั้น ผู้ป่วยที่ได้รับเคมีบำบัดก็อาจจะมีการเจ็บปาก เจ็บคอ หรือเกิดแผลในช่องปากได้ และหรือทำให้อวัยวะบางส่วนถูกทำลายได้”



....

แต่ปัญหาสำคัญที่พบได้ในยาเคมีบำบัดทุกตัว ก็คือ ปัญหาเกี่ยวกับเม็ดเลือด เนื่องจากเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาวของเราสร้างมาจากไขกระดูก และต้องมีการสร้างเม็ดเลือดใหม่ขึ้นมาทดแทนเม็ดเลือดเก่าที่หมดอายุไข ในทุกๆ วัน ดังนั้น ไขกระดูกก็ต้องทำงานทุกวันเพื่อสร้างเม็ดเลือดขึ้นมาทดแทน แต่เนื่องจากยาเคมีบำบัดจะเข้าไปกดการทำงานของไขกระดูก เมื่อไขกระดูกทำงานได้ ไม่เต็มประสิทธิภาพ การสร้างเม็ดเลือดจึงน้อยลง ส่งผลให้ผู้ป่วยมีภาวะเรื่องซีดและร่างกายอ่อนเพลีย



คีโม...รักษามะเร็ง



ซึ่งเม็ดเลือดขาวนี้ เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันของเรา ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันต่ำลงได้ จึงทำให้ติดเชื้อได้ง่ายขึ้น และเมื่อติดเชื้อ อาการจะรุนแรงกว่าคนปกติทั่วไป เพราะไม่มีภูมิคุ้มกันที่จะไปจัดการกับเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายได้ นอกจากนี้ผู้ป่วยบางรายที่มีเกล็ดเลือดต่ำ เมื่อเกิดบาดแผล อาจทำให้เลือดหยุดยาก เป็นต้น



นอกจากนี้ยาเคมีบำบัดเกือบทุกชนิดจะก่อให้เกิดภาวะข้างเคียงต่างๆ ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น

●คลื่นไส้อาเจียน

●เบื่ออาหาร

●ชาปลายมือปลายเท้า

●การรับรสเปลี่ยนไป อาจรู้สึกขมในปาก

●ลิ้นแข็ง

●กล้ามเนื้ออ่อนแรง

●มีผื่น

●เกิดอาการแพ้

●และ มีไข้ เป็นต้น



....

โดยอาจมีอาการขณะกำลังได้รับยาเคมีบำบัดหรือภายหลังจากได้รับยาแล้ว ซึ่งอาการเหล่านี้ จะมากหรือน้อยขึ้นกับชนิดของยา ความแข็งแรงของร่างกาย และความพร้อมด้านจิตใจของผู้ป่วย โดยอาการข้างเคียงที่กล่าวมาทั้งหมด จะค่อยๆ หายไปเมื่อสิ้นสุดการให้ยาเคมีบำบัด และถึงแม้ว่าการให้คีโมจะมีผลกระทบกับตัวผู้ป่วย แต่ก็ได้ผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจ และจะช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น



ขอขอบคุณ

นพ.จักรพงษ์ จักกาบาตร์

สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา ภาควิชารังสีวิทยา

คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 97,679