Google+

ภาวะเลือดเป็นกรด คือ??

โดย: adminP [IP: 184.22.100.xxx]
เมื่อ: 2020-01-16 12:00:26
เลือดเป็นกรด (Acidosis) คือ ภาวะความผิดปกติของเลือดหรือของเหลวในร่างกายไม่สมดุล ทำให้มีความเป็นกรดสูง ในทางการแพทย์จะยึดเกณฑ์ค่าพีเอช (pH) ของเลือดที่วัดได้ต่ำกว่า 7.35 ลงมาถึงจะจัดว่าร่างกายมีภาวะเลือดเป็นกรด ซึ่งอาจเกิดได้จากสภาวะหรือโรคต่าง ๆ ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต



ความเป็นกรดด่างของเลือดหรือของเหลวในร่างกายวัดได้จากค่าพีเอชที่เป็นตัวช่วยให้การทำงานของเซลล์ในระบบต่าง ๆ และการขนส่งออกซิเจนไปยังเนื้อเยื่อเป็นปกติ โดยค่าพีเอชเลือดของคนปกติจะอยู่ในช่วง 7.35-7.45 ส่วนใหญ่จะมีความเกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นการทำงานของปอด และการควบคุมความสมดุลของเกลือแร่และภาวะกรดด่างในร่างกายจากการทำงานของไต



เมื่อภาวะเลือดเป็นกรดที่เกิดจากปอดจะเรียกว่า ภาวะกรดจากระบบหายใจ (Respiratory Acidosis/Hypercapnic Acidosis/Carbondioxide Acidosis) แต่หากเกิดจากการทำงานไตจะเรียกว่า ภาวะกรดจากกระบวนการเผาผลาญ (Metabolic Acidosis)



อาการเลือดเป็นกรด



ภาวะเลือดเป็นกรดจากระบบหายใจและกระบวนการเผาผลาญส่วนใหญ่จะมีอาการหลาย ๆ อย่างคล้ายกัน ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้เกิดเป็นหลัก



ภาวะกรดจากระบบหายใจ



อ่อนเพลีย เซื่องซึม

เหนื่อยง่ายกว่าปกติ

รู้สึกสับสน

ปวดศีรษะ

บางรายที่มีอาการรุนแรงอาจเกิดอาการไม่รู้ตัว หรือเสียชีวิต

ภาวะกรดจากกระบวนการเผาผลาญ



หายใจตื้นและถี่

รู้สึกสับสน

อ่อนเพลีย

ปวดศีรษะ

อาเจียน เบื่ออาหาร

อาการดีซ่าน

หัวใจเต้นเร็วขึ้น

ในกรณีที่เกิดจากโรคเบาหวาน ลมหายใจอาจมีกลิ่นคล้ายผลไม้ (Ketoacidosis)

สาเหตุของเลือดเป็นกรด



ภาวะเลือดเป็นกรดจะเกิดขึ้นเมื่อร่างกายมีกรดสะสมอยู่ในปริมาณมากหรือสูญเสียความเป็นด่างไป รวมไปถึงมีโรคหรือความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับปอด ไต ระบบการเผาผลาญ หรือระบบการหายใจ ซึ่งสาเหตุการเกิดแบ่งออกได้เป็น







ภาวะกรดจากระบบหายใจ จะเกิดขึ้นเมื่อปอดไม่สามารถขจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกทางการหายใจได้เพียงพอ จึงเกิดการสะสมของก๊าซภายในร่างกายเป็นจำนวนมากจนทำให้เลือดมีความเป็นกรดมากกว่าปกติ ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น



โรคทางเดินหายอุดกั้นใจเรื้อรัง

การบาดเจ็บบริเวณหน้าอก

ภาวะหรือโรคอ้วนซึ่งอาจทำให้หายใจลำบาก

การใช้ยาที่มีฤทธิ์กดประสาทอย่างไม่เหมาะสม ทำให้การหายใจลดลง

การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินปริมาณที่พอดี

ปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาท

โครงสร้างของหน้าอกผิดรูปร่าง เช่น หลังค่อม

กล้ามเนื้อหน้าอกที่เกี่ยวข้องกับการหายใจไม่แข็งแรง

ภาวะกรดจากกระบวนการเผาผลาญ จะเกิดขึ้นเมื่อไตไม่สามารถขจัดสารที่มีความเป็นกรดออกในปริมาณที่พอดีหรือกำจัดสารที่มีความเป็นด่างมากเกินไป สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะนี้มักจะมาจาก



การคั่งของสารคีโตซีส (Diabetic Acidosis: DKA/Diabetic Ketoacidosis) พบในผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมโรคเบาหวานได้ เนื่องจากจากการขาดฮอร์โมนอินซูลินหรือมีไม่เพียงพอ ทำให้เกิดการสร้างสารคีโตนปริมาณมากและเปลี่ยนเป็นกรดในเลือด

ภาวะเลือดเป็นกรดร่วมกับคลอไรด์ในเลือดสูง (Hyperchloremic Acidosis) เป็นผลมาจากการสูญเสียโซเดียมไบคาร์บอเนตออกจากร่างกายมาก ซึ่งเป็นสารที่ช่วยให้สภาวะของเลือดมีความเป็นกลาง อาจเกิดจากท้องเสียรุนแรง

ภาวะเลือดเป็นกรดจากกรดแลคติกในเลือดสูง (Lactic Acidosis) เกิดขึ้นเมื่อกรดแลคติกสะสมอยู่ในร่างกายปริมาณมากจากหลายปัจจัย เช่น การติดสุราเรื้อรัง ภาวะหัวใจล้มเหลว โรคมะเร็ง โรคลมชัก ตับวาย ภาวะขาดออกซิเจน ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ การออกกำลังกายอย่างหนักติดต่อกันเป็นเวลานาน การใช้ยาในกลุ่มซาลิซัยเลท (Salicylates) ตับวายหรือตับล้มเหลว การติดเชื้อในกระแสเลือด

สาเหตุอื่น ๆ เช่น อาเจียน ภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง ไตผิดปกติในการขับกรด พิษจากสารเคมีอย่าง เมทานอล (Methanol) หรือเอทิลีนไกลคอล (Ethylene Glycol)

การวินิจฉัยเลือดเป็นกรด



แพทย์จะสอบถามประวัติทางการแพทย์ อาการผิดปกติที่พบ และตรวจร่างกายทั่วไป จากนั้นจึงมีการตรวจทางห้องปฏิบัติการด้านอื่น ๆ เพิ่มเติมตามความเสี่ยงของผู้ป่วยแต่ละราย เช่น



การตรวจเลือด แบ่งการตรวจออกได้เป็นหลายประเภท โดยการตรวจที่นิยมทำกันโดยทั่วไป เช่น การตรวจวิเคราะห์ก๊าซในเลือด (Arterial Blood Gas Analysis) เป็นการตรวจวัดระดับก๊าซออกซิเจนและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือด และค่าความเป็นกรดของเลือด หรือการตรวจเกลือแร่ในเลือด เพื่อดูการทำงานของไตและค่าความเป็นกรดด่าง ร่วมไปถึงแคลเซียม โปรตีน น้ำตาล อิเล็กโทรไลต์หรือเกลือแร่ ซึ่งการตรวจทั้ง 2 ชนิดพอจะช่วยให้แพทย์ทราบได้ว่าภาวะเลือดเป็นกรดเกิดจากระบบการหายใจหรือกระบวนการเผาผลาญ

การตรวจเอกซเรย์ปอด หรือการตรวจสมรรถภาพปอด (Pulmonary Function Test) เป็นการตรวจดูสุขภาพของปอดโดยรวม และยังช่วยตรวจหาสาเหตุของภาวะเลือดเป็นกรดจากระบบหายใจ





การตรวจปัสสาวะ เป็นการตรวจสำหรับผู้ป่วยที่คาดว่าน่าจะเกิดภาวะกรดจากกระบวนการเผาผลาญ โดยแพทย์จะเก็บตัวอย่างปัสสาวะของผู้ป่วย เพื่อตรวจวัดความเป็นกรดด่างที่ร่างกายขจัดออกมาว่าอยู่ในระดับปกติหรือไม่

การรักษาเลือดเป็นกรด



ภาวะเลือดเป็นกรดรักษาได้เมื่อทราบสาเหตุที่เกิดอย่างแท้จริง โดยเน้นให้ค่าความเป็นกรดด่างหรือค่าพีเอชกลับมาอยู่ในภาวะปกติ วิธีการรักษาจึงขึ้นอยู่กับสาเหตุ ประเภท และระดับความรุนแรงของภาวะนี้เป็นหลัก



ภาวะกรดจากระบบหายใจ แพทย์จะรักษาโดยพยายามช่วยให้ปอดกลับมาทำงานได้ตามปกติและแก้ไขสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะเลือดเป็นกรด อาจให้ยาขยายทางเดินหายใจ ให้ออกซิเจน หรือใช้เครื่องช่วยหายใจ (Continuous Positive Airway Pressure: CPAP) ในผู้ป่วยที่มีสิ่งอุดกั้นทางเดินหายใจหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง



ภาวะกรดจากกระบวนการเผาผลาญจะแตกต่างออกไปตามสาเหตุของโรคหรือภาวะความผิดปกตินั้น ๆ เช่น ภาวะเลือดเป็นกรดร่วมกับคลอไรด์ในเลือดสูง และภาวะเลือดเป็นกรดจากไตล้มเหลวอาจจะต้องรับประทานยาโซเดียมไบคาร์บอเนต หรือการคั่งของสารคีโตซีสในผู้ป่วยเบาหวานจนทำให้เลือดเป็นกรด ผู้ป่วยอาจได้รับน้ำเกลือทางหลอดเลือดหรืออินซูลิน เพื่อช่วยปรับสมดุลความเป็นกรดด่างในเลือด ส่วนภาวะเลือดเป็นกรดจากกรดแลคติกในเลือดสูง แพทย์อาจให้รับประทานโซเดียมไบคาร์บอเนต (Sodium Bicarbonate) ให้น้ำเกลือ ออกซิเจน หรือสั่งจ่ายยาปฏิชีวนะ ขึ้นอยู่กับสาเหตุหลัก



ภาวะแทรกซ้อนของเลือดเป็นกรด



ผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและเหมาะสมอาจมีความเสี่ยงกับปัญหาสุขภาพอื่น ๆ จากตัวโรคหรือภาวะความผิดปกติที่ทำให้เลือดเป็นกรดตามมา หากมีภาวะเป็นกรดมากจะทำให้การบีบตัวของหัวใจน้อยลงส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ลดลง เกิดการคั่งของกรดแลคติกในเลือดมากขึ้น หรือหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ซึ่งจะทำให้การทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ล้มเหลว และเมื่อค่าพีเอชของเลือดน้อยกว่า 7.1-7.2 อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ มีโอกาสในการเกิดภาวะช็อกหรือเสียชีวิตได้สูง สำหรับภาวะกรดจากระบบหายใจจะทำให้การทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ผิดปกติ ระบบการหายใจล้มเหลว หรือเกิดภาวะช็อก ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต



การป้องกันเลือดเป็นกรด



เลือดเป็นกรดยังป้องกันไม่ได้เต็มประสิทธิภาพ แต่สามารถลดความเสี่ยงจากปัจจัยที่อาจก่อให้เกิดภาวะนี้ โดยปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังนี้



ภาวะกรดจากระบบหายใจ



การรับประทานยาระงับประสาทหรือยานอนหลับ (Sedatives) ควรใช้ตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัดและห้ามใช้ควบคู่กับแอลกอฮอล์ เพราะอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เพราะสารพิษในบุหรี่จะทำลายปอดและเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจอื่น ๆ ตามมา รวมทั้งหายใจได้ลำบากขึ้น

ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคอ้วนและปัญหาในการหายใจได้ลำบาก

ภาวะกรดจากกระบวนการเผาผลาญ



ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน เพื่อป้องกันอาการขาดน้ำ

ผู้ป่วยโรคเบาหวานควรควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ และติดตามการรักษาสม่ำเสมอซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากการคั่งของสารคีโตนในเลือด

ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์เกินปริมาณที่พอดีต่อวัน เพราะการดื่มอย่างหนักจะเพิ่มการสะสมของกรดแลคติกที่มากขึ้นในเลือดและทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ

ควรรับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์ เภสัชกร หรือข้อบ่งใช้บนฉลากยาอย่างเคร่งครัด

ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 94,900